เพียงแค่โหลดแอฟ PuddingPoints ลงในมือถือ แล้วกดสะสมเหรียญ เมื่อครบตามที่กำหนดก็จะแลก Line Gift Card ไว้ซื้อสติกเกอร์ไลน์ หรือแลกบัตรเติมเงิน AIS, DTAC, True Money, บัตรสตาร์บัคส์, Carrot Rewards

 
เมื่อโหลดแอฟเสร็จแล้วให้ใส่รหัสข้างล่างนี้เพื่อรับเหรียญเพิ่มพิเศษ
 
มือถือ Android ให้ใส่รหัส GXGQ7S
 
มือถือ iPhone ให้ใส่รหัส R6KB8U
 
สำหรับมือถือ Android โหลดแอฟได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=id.co.puddingpoints&hl=th
 
สำหรับมือถือ iPhone โหลดแอฟได้ที่  https://itunes.apple.com/th/app/puddingpoints/id783580239?mt=8
 
คุณสามารถตั้งเวลาส่งอีเมลในวันและเวลาที่คุณต้องการแม้ว่าคุณจะไม่ได้ Online ในขณะนั้น
 
ขั้นตอนในการตั้งเวลาส่งอีเมลจาก Gmail
 
1. ไปที่ Chrome Webstore และติดตั้งใช้งานส่วนขยายที่ชื่อ Boomerang
 
2. กลับเข้ามาในกล่องจดหมายของ Gmail ของคุณ (คุณอาจต้องกดปุ่ม F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ)
 
3. คลิกปุ่ม 'เขียน' และเขียนอีเมลของคุณ
 
4. ที่ด้านล่างของหน้าต่างให้คลิก "Send Later" และเลือกวันเวลาที่คุณต้องการจะส่งอีเมล
 
5. คลิก "Schedule" เพื่อบันทึกการตั้งเวลา
 
หมายเหตุ: คุณสามารถคลิกที่โลโก้ Boomerang ที่มุมขวาบนของหน้าต่างเบราว์เซอร์ Chrome ของคุณเพื่อดูและแก้ไขการตั้งเวลาส่งอีเมลของคุณ
 
นอกจากนั้นแล้วคุณยังสามารถตรวจสอบว่าผู้รับอีเมลของคุณได้เปิดอ่านอีเมลแล้วหรือไม่
 
ติดตามเคล็ดลับการใช้งาน Gmail และผลิตภัณฑ์ Google อื่นๆได้ที่ Facebook ชุมชนผู้ใช้งาน Google
ยามเมื่อคุณขับรถ ในระหว่างทางอาจมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือภัยอันตรายต่างๆต่อชีวิตร่างกายของคุณเอง คนในครอบครัวหรือทรัพย์สินอันมีค่าของคุณ ตลอดจนของผู้อื่น คุณสามารถจะสร้างความคุ้มครองจากการทำประกันรถยนต์แบบต่างๆ ซึ่งการเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยคุณต้องคำนึงถึงความจำเป็นต่างๆและขอบเขตของความคุ้มครอง ลักษณะการใช้งานรถยนต์ของคุณในชีวิตประจำวัน ประเภทของรถยนต์ที่ใช้และความเสี่ยงของผู้ขับรถยนต์ 
 
นอกเหนือจากนั้นแลัว ในการซื้อประกันภัยรถยนต์ ยังมีหลักเกณฑ์ส่วนลดต่างๆ ดังนั้นเพื่อให้คุณได้ซื้อประกันรถยนต์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับคุณในราคาที่ประหยัด คุณควรพิจารณาดังต่อไปนี้
 
1.พิจารณาว่าจะซื้อประกันชั้น 1, 2 หรือ 3
 
ปัจจุบันนี้นอกจากประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2 และ 3 แล้วยังมีแบบ 3+ หรือแบบอื่นๆให้เลือกอีกหลายแบบ ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ตามงบประมาณของคุณ หรือตามความคุ้มครองที่คุณต้องการว่าจะให้ประกันภัยจ่ายทดแทนค่าสินไหมให้ทั้งหมด หรือเฉพาะคู่กรณีของคุณ
 
2.พิจารณาเรื่องอู่ซ่อมรถยนต์
 
คุณสามารถเลือกได้ว่าจะซ่อมที่อู่ข้างนอกหรือซ่อมที่ศูนย์บริการของรถยนต์ยี่ห้อนั้นๆ โดยที่ค่าเบี้ยจะต่างกันประมาณ 10-30% ซึ่งปัจจุบันนี้อู่ข้างนอกที่ดีลกับบริษัทประกันภัยนั้นค่อนข้างมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ซึ่งหากคุณเลือกซ่อมที่อู่ก็จะประหยัดค่าเบี้ยในส่วนนี้พอสมควร
 
3.พิจารณาลักษณะการใช้รถยนต์ของคุณ
 
หากว่ารถยนต์ของคุณมีผู้ขับขี่ประจำ การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์จะทำให้ประหยัดเบี้ยประกันได้ตั้งแต่ 5-20%  โดยคุณสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ไม่เกิน 2 คน โดยดูที่ผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดใน 2 คนนี้ ซึ่งจะได้ส่วนลดดังนี้
 
อายุ 18 – 24 ปี ส่วนลด  5%
 
อายุ 25 – 35 ปี ส่วนลด 10%
 
อายุ 36 – 50 ปี ส่วนลด 15%
 
อายุเกิน 50 ปี   ส่วนลด  20%
 
ข้อควรระวังคือ ในกรณีที่ผู้อื่นที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัย นำเอารถยนต์ของคุณคันดังกล่าวไปขับขี่แล้วเกิดเหตุเป็นฝ่ายผิด คุณในฐานะผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายของรถของคุณที่เอาประกันตามความเสียหายจริงแต่ไม่เกิน 6,000 บาท และคุณต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่อรถคู่กรณี 2,000 บาทแรก สำหรับส่วนที่เกินนั้นบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบตามมูลค่าที่เสียหายจริงแต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกัน
 
 
4.พิจารณาเรื่องการระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
 
การทำประกันภัยรถยนต์แบบที่มีการระบุค่าเสียหายส่วนแรกหรือ Deductible เป็นการเลือกรับความเสี่ยงภัยไว้เองบางส่วน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในเเต่ละครั้ง จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรก เพื่อแลกกับส่วนลดที่ระบุไว้โดยทั่วไปเป็นจำนวนเงินตั้งแต่ 1,000 - 5,000 บาท
 
ซึ่งการระบุค่าเสียหายส่วนแรกนี้จะทำให้สามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยได้มากพอสมควร ซึ่งเหมาะสำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีประวัติการขับขี่ที่ดี ไม่ค่อยเป็นฝ่ายผิดหรือไม่เคลมโดยที่ไม่มีคู่กรณี หรือไม่มีการเคลมเพื่อเก็บสีเก็บรอยส่วนใดส่วนหนึ่งหรือรอบรถทั้งคัน ทำให้ประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยไปได้ไม่น้อย
 
ข้อควรรู้คือ ในกรณีที่เกิดเหตุและคุณเป็นฝ่ายผิด ส่วนลดประวัติดีจะลดลงทีละขั้น เช่น หากคุณมีประวัติดีและได้ส่วนลดอยู่แล้ว 30% และในปีนั้นเป็นฝ่ายผิด 1 ครั้ง ปีถัดมาส่วนลดของคุณก็จะลดลงเหลือ 20% เป็นต้น
 
5.สุดท้ายให้พิจารณาเลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์
 
เนื่องจากการทำประกันภัยรถยนต์จะครอบคลุมระยะเวลา 1 ปีเต็ม ดังนั้นการเลือกบริษัทประกันภัยจึงควรดูถึงความมั่นคงทางการเงิน การบริการลูกค้าที่ดี และไม่เคยมีปัญหาเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนมีศูนย์บริการทั่วประเทศเพื่อความสะดวกในการติดต่อของลูกค้า ซึ่งข้อมูลต่างๆเหล่านี้สามารถดูได้จากเว็บไซต์ของบริษัทประกันภัยหรือใช้ Google ค้นหาดูประวัติเก่าๆ
 
หวังว่าข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ไม่มากก็น้อย